ราคาของ XRP จะเพิ่มขึ้นสองเท่าอีกครั้งได้หรือไม่? “แรงซื้อแฝง” ทำให้กลุ่ม Short เสี่ยงต่อการขาดทุน
โดย Yashu Gola ผู้เขียน / ตรวจทานโดย Fernando Quirós บรรณาธิการ
วันที่ 23 มกราคม 2026
อัตราการฟันดิ้งของ XRP บน Binance แสดงพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับช่วงก่อนการฟื้นตัวของราคาครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา
ประเด็นสำคัญ
- กลุ่มเทรดเดอร์ที่เปิดสถานะ short XRP อย่างต่อเนื่อง (อัตราฟันดิ้งติดลบ) เป็นสัญญาณก่อนการฟื้นตัวของราคา
- การรักษาระดับราคาในช่วง 1.80–2.00 ดอลลาร์ และกลับขึ้นเหนือ 2.22 ดอลลาร์ จะช่วยสนับสนุนมุมมองขาขึ้น
แรงขายจาก Short ที่มากเกินไป นำไปสู่ Short Squeeze ตั้งแต่ปลายปี 2024
อัตราฟันดิ้งบน Binance ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาอยู่ในระดับติดลบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่า เทรดเดอร์ที่ใช้เลเวอเรจจำนวนมากคาดการณ์ว่าราคาของ XRP จะตกต่ำลง และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อรักษาสถานะ short ของตนให้อยู่ต่อไป
ความคิดเห็นเชิงลบในกลุ่มเทรดอนุพันธ์เกิดขึ้นหลังจากราคาสปอตของ XRP ลดลงประมาณ 50% จากจุดสูงสุดหลายปีที่ 3.66 ดอลลาร์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ on-chain ที่ใช้ชื่อว่า Darkfost แนะนำว่า แนวโน้มนี้อาจเป็นกับดักสำหรับเทรดเดอร์ฝั่งขายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
นักวิเคราะห์รายนี้อ้างอิงจากอัตราการฟันดิ้งที่คงตัวในช่วงปี 2024 ซึ่งแต่ละครั้งนำไปสู่การฟื้นตัวของราคาคริปโตครั้งใหญ่ เช่น การเพิ่มขึ้นของ BTC กว่า 50% ในเดือนสิงหาคม-กันยายน 2025 และขึ้นกว่า 100% ในช่วงเมษายน-กรกฎาคม 2025
“การสะสมสถานะ short สร้างแรงกดดันในการขายระยะสั้น แต่ในขณะเดียวกันก็สะสมแรงซื้อแฝงไว้ด้วย หากราคาค่อย ๆ ปรับตัวขึ้น สถานะเหล่านี้อาจถูกบังคับปิด (Liquidation) ซึ่งช่วยเร่งแรงดันขึ้นของราคา” — Darkfost
นักลงทุน XRP ต้องทำให้ราคากลับมายืนเหนือ 2 ดอลลาร์ให้ได้
ณ เดือนมกราคม 2026 ราคาของ XRP เริ่มฟื้นตัวหลังจากทดสอบแนวรับด้านล่างของช่องทางแนวโน้มที่เคลื่อนไหวในกรอบระยะเวลาหนึ่งปี ซึ่งอยู่ในช่วง 1.80–2.00 ดอลลาร์
โซนนี้เป็นจุดเดิมที่เคยเป็นฐานปล่อยแรงซื้อจนทำให้ราคาปรับตัวขึ้น 100% สู่ระดับ 3.66 ดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2025
ในขณะที่ระดับ 2 ดอลลาร์ยังคงเป็นแนวจิตวิทยาสำคัญสำหรับ XRP ในช่วงระยะสั้นถึงกลาง
การวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ของ Glassnode ชี้ให้เห็นว่า ทุกครั้งที่ราคาของ XRP กลับมาทดสอบระดับ 2 ดอลลาร์ตั้งแต่ต้นปี 2025 จะมียอดขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงในตลาด (Realized Losses) ระหว่าง 500 ล้านถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ซึ่งบ่งบอกว่านักลงทุนส่วนหนึ่งเลือกใช้จังหวะนั้นเพื่อตัดขาดทุนออกจากพอร์ตแทนที่จะเพิ่มสถานะซื้อ
ถ้าหาก XRP ไม่สามารถกลับมายืนเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์ (50-week EMA) ที่ระดับ 2.22 ดอลลาร์ได้ แนวโน้มขาลงอาจกดให้ราคาลงไปทดสอบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ (200-week EMA) ที่ประมาณ 1.40 ดอลลาร์
ตามแนวคิดเรื่อง “แรงซื้อแฝง” ที่ Darkfost เสนอไว้ หากราคา XRP ตัดผ่านแนวรับระหว่าง 1.80–2.00 ดอลลาร์อย่างเด็ดขาด แรงซื้อที่ซ่อนอยู่จะอ่อนแอลงอย่างมาก
บทสรุป
- ราคาของ XRP เคยฟื้นตัวอย่างรุนแรงเมื่อตลาดมีอัตราฟันดิ้งติดลบ (Short สะสมมาก)
- การรักษาระดับราคาในช่วง 1.80–2.00 ดอลลาร์เป็นกุญแจสำคัญในการเปิดทางให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อ
- นักลงทุนควรติดตามระดับ 2.22 ดอลลาร์ เพื่อตรวจสอบความแข็งแกร่งของแนวรับในระยะสั้นถึงกลาง
- กรณีราคาต่ำกว่า 1.80 ดอลลาร์ อาจส่งผลให้แรงซื้อแฝงอ่อนแอลงและทำให้ราคาอ่อนตัวลงอีกครั้ง
หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการซื้อขาย ผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. อัตราฟันดิ้ง (Funding Rate) คืออะไร?
อัตราฟันดิ้ง คือ ค่าธรรมเนียมที่ผู้ถือสถานะ Long หรือ Short ต้องจ่ายให้กัน เพื่อรักษาสมดุลราคาในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มแรงซื้อหรือแรงขายในสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโต
2. ทำไมอัตราฟันดิ้งติดลบถึงสำคัญสำหรับ XRP?
เมื่อตลาดมีอัตราฟันดิ้งติดลบ หมายความว่ามีนักลงทุนเปิดสถานะ Short ในคริปโต (เช่น XRP) มากกว่าปกติ สถานการณ์นี้มักจะนำไปสู่การเกิด Short Squeeze ซึ่งทำให้ราคาปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
3. ระดับราคาใดที่มีความสำคัญสำหรับการฟื้นตัวของ XRP ในตอนนี้?
แนวรับสำคัญคือช่วง 1.80–2.00 ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญที่ต้องกลับมายืนได้คือ 2.22 ดอลลาร์ หากทำได้ ราคาของ XRP มีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง
4. นักลงทุนควรระวังอะไรบ้างในช่วงนี้?
ควรติดตามแนวรับแนวต้านอย่างใกล้ชิด และเฝ้าระวังสถานการณ์ราคาที่อาจลงต่ำกว่า 1.80 ดอลลาร์ เพราะจะส่งผลให้แรงซื้อที่ซ่อนอยู่อ่อนกำลัง ซึ่งอาจทำให้ราคาตกลงต่อเนื่องจนถึงระดับ 1.40 ดอลลาร์
5. บทความนี้เหมาะสำหรับใคร?
บทความนี้เหมาะกับนักลงทุนและเทรดเดอร์คริปโตที่ต้องการเข้าใจพฤติกรรมราคาและสัญญาณเชิงเทคนิคในตลาด XRP เพื่อเตรียมตัววางกลยุทธ์การลงทุนให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


