ตลาดคริปโตตกใจหนัก เทรดเดอร์รายย่อยเท Bitcoin หนี
ตอนนี้เทรดเดอร์รายย่อยกำลังเท Bitcoin ออกอย่างตื่นตระหนก ความกลัวปกคลุมตลาดอย่างเต็มที่ ดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear and Greed Index) ติดอยู่ที่ระดับ 12 ซึ่งถือว่าเป็น “ความกลัวขั้นสุดยอด”
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการเทรดฟิวเจอร์สแบบเพอร์เปชวล (perpetual futures) กลับพุ่งสูงขึ้น ซึ่งความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความบังเอิญ
ตลาดคริปโตถูกดูดเงินทุนไปเกือบ 8 แสนล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงเดือนเดียว สถานการณ์โหดร้ายมาก แต่คำถามที่แท้จริงคือ เงินฉลาด (smart money) กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ตำแหน่งลับ ๆ ก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ครั้งหน้าอยู่หรือไม่?
เพราะเมื่อความกลัวดัง และปริมาณการเทรดเพิ่มขึ้นพร้อมกัน มักจะมีบางอย่างพร้อมจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสมอ
สาระสำคัญจากบทความ
- JPMorgan ยังคงมุมมองบวกสำหรับปี 2026 ถึงแม้มูลค่าตลาดคริปโตทั้งหมดลดลงจาก 3.1 ล้านล้านดอลลาร์เหลือ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์
- ดัชนี Crypto Fear & Greed ยังคงอยู่ที่ 12 (ความกลัวสูงสุด) ซึ่งเป็นระดับที่ประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่ามักเป็นช่วงก่อตัวของจุดต่ำสุด
- ราคาบิทคอยน์ (Bitcoin) ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 67,610 ดอลลาร์ ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตที่ประมาณ 77,000 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ
- กิจกรรมของวาฬใหญ่ในตลาดฟิวเจอร์สแบบเพอร์เปชวลชี้ให้เห็นว่าการเก็งกำไรด้วยฮิดจ์แบบซับซ้อนโดยสถาบันมีอิทธิพลมากกว่าการขายออกในตลาดสปอต
การฮิดจ์แบบสถาบันหรือการสะสมเชิงกลยุทธ์?
ลองหยุดคิดกันสักครู่ ใครคือคนที่ซื้อคริปโตในช่วงเวลาที่ตลาดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว? ราคาบิทคอยน์ขยับอยู่ที่ 67,610 ดอลลาร์ และ Ethereum อยู่ใกล้ ๆ ที่ 1,950 ดอลลาร์ ซึ่งทั้งคู่ปรับตัวลดลงอย่างหนักในเดือนนี้
จากข้อมูลกราฟสปอต ตลาดดูเหมือนจะแย่มาก เทรดเดอร์รายย่อยส่วนใหญ่กำลังตื่นตระหนก แต่ปริมาณการเทรดฟิวเจอร์สแบบเพอร์เปชวลดันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักเป็นสัญญาณของนักลงทุนชั้นสูงที่เข้ามาด้วยตำแหน่งที่ซับซ้อน ไม่ใช่การถือครองแบบซื้อขายด้วยอารมณ์ตามกระแส
นี่ไม่ใช่ภาพของความคลั่งไคล้แบบเก็งกำไร เมื่อรายย่อยเข้าซื้ออย่างหนัก เราจะเห็น funding rate พุ่งขึ้นเป็นบวก ขณะที่ตอนนี้ funding rate ของ BTC แทบจะเป็นกลาง และของ ETH เป็นลบ
มีคำอธิบายได้แค่สองอย่างเท่านั้น ได้แก่ การฮิดจ์จากสถาบัน หรือการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์เพื่อรอการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่มาในอนาคต
ราคาของ Bitcoin จะยืนที่ 50,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่?
กราฟราคาตอนนี้ดูไม่ดีแน่นอน แต่ในเชิงพื้นฐานอาจยังมีเหตุผลให้มองเชิงบวกในระยะยาว
JPMorgan ประเมินว่าต้นทุนการผลิต Bitcoin อยู่ที่ราว 77,000 ดอลลาร์ ทำให้ราคาปัจจุบันที่ต่ำกว่ามีความหมายสำคัญ
ในอดีต เมื่อราคาตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิต มักจะไม่คงที่ในระดับต่ำนั้นนาน นักขุด bitcoin จะปิดเครื่องหรือแรงกดดันจะนำไปสู่การฟื้นตัวของราคา
ส่วนหนึ่งของความท้าทายสำหรับการขุด Bitcoin ในตอนนี้คือค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาของ Bitcoin ลดลง ทำให้มีช่องว่างระหว่าง hashrate กับราคาที่กว้างขึ้นอย่างมาก
โดยค่าเฉลี่ยราคาค่าไฟฟ้าทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 0.17 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งผลให้นักขุดหลายรายต้องทำงานด้วยต้นทุนที่สูงมาก
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านลบยังคงอยู่ รอน แบลงค์ นักกลยุทธ์หลักด้านตราสารทุน ได้เตือนว่า Bitcoin อาจลดลงสู่ระดับ 40,000 ดอลลาร์ภายใน 6-8 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะเป็นสถานการณ์การยอมแพ้โดยสมบูรณ์
นักลงทุนทุกคนจึงจับตาระดับ 60,000 ดอลลาร์อย่างเข้มงวด ซึ่งถือเป็นแนวรับสำคัญในขณะนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ดัชนีความกลัวและความโลภของคริปโต คืออะไร?
A: เป็นดัชนีที่วัดอารมณ์ตลาดคริปโต โดยค่าใกล้ 0-20 แสดงถึงความกลัวสุดขีด ส่วนค่าใกล้ 80-100 แสดงถึงความโลภสูง ซึ่งช่วยในการวิเคราะห์ทิศทางตลาด
Q: การฮิดจ์แบบสถาบันหมายถึงอะไร?
A: คือกลยุทธ์ที่นักลงทุนสถาบันใช้ปกป้องพอร์ตจากความเสี่ยงตลาดด้วยการเปิดตำแหน่งในตลาดฟิวเจอร์สหรืออนุพันธ์ เพื่อชดเชยความผันผวนของสินทรัพย์ในพอร์ต
Q: ราคาต่ำกว่าต้นทุนขุดหมายความว่าอย่างไร?
A: ราคาต่ำกว่าต้นทุนการขุดอาจทำให้นักขุดบางรายปิดกิจการชั่วคราวเพื่อลดความขาดทุน หรือบีบให้ราคาฟื้นตัวขึ้นเพราะความต้องการปรับสมดุลตลาด
Q: ปริมาณฟิวเจอร์สสูงแต่ราคาตก เป็นสัญญาณบอกอะไร?
A: แสดงว่าสถาบันลงทุนหรือวาฬใหญ่กำลังเคลื่อนไหวในตลาดด้วยกลยุทธ์ที่ซับซ้อนมากกว่าการซื้อขายตามอารมณ์ของตลาดรายย่อย
ศึกษาข้อมูลเหรียญคริปโตเพิ่มเติมได้ที่ นี่
ที่มาของบทความฉบับเต็ม คลิกอ่านที่ Cryptonews


