กลยุทธ์เทรดคริปโตโดยใช้ข้อมูลการไหลของเหรียญออกจาก Exchange
มาสร้างกลยุทธ์เทรดคริปโตแบบง่าย ๆ ที่สมมติขึ้น โดยอิงจากแนวคิดที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการคริปโต ว่าเมื่อตัวเหรียญเคลื่อนย้ายออกจาก Exchange จะเป็นสัญญาณเชิงบวก (Bullish) โดดเด่น เหตุผลก็คือเหรียญที่ถูกถอนออกจาก Exchange มักเป็นการย้ายไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยของผู้ถือเอง (Self-custody) ซึ่งนั่นหมายความว่าสภาพคล่องสำหรับการขายลดลง ในขณะที่เหรียญที่ไหลเข้ามาใน Exchange อาจเป็นสัญญาณว่าผู้ถือกำลังเตรียมขายเหรียญ
อย่างไรก็ตาม การเกิด outflow เพียงแค่วันเดียว อาจเป็นเพียง “เสียงรบกวน” ที่ไม่บ่งชี้เทรนด์ชัดเจน เราจึงใช้เทคนิค moving average crossover โดยดูสมดุลเหรียญใน Exchange ซึ่งถ้าเส้นค่าเฉลี่ยในระยะสั้น (5 วัน) ตัดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยในระยะยาว (14 วัน) ก็แสดงว่ามีการถอนเหรียญออกจาก Exchange ต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแค่เพียงครั้งเดียว
แนวทางการเข้าตลาดและออกตลาด
- เข้าตลาดเมื่อค่าเฉลี่ย 5 วันของสมดุล BTC ใน Binance ต่ำกว่า 14 วัน สัญญาณนี้หมายถึงการไหลออกของเหรียญอย่างต่อเนื่อง
- ออกจากตลาดเมื่อค่าเฉลี่ย 5 วัน กลับมาสูงกว่า 14 วัน หมายถึงการหยุดไหลออกและเหรียญเริ่มไหลกลับเข้าสู่ Exchange
เราทดสอบกลยุทธ์นี้โดยเปรียบเทียบกับการถือเหรียญคริปโต (BTC) อย่างเดียวในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 มกราคม 2024 ถึง 9 มีนาคม 2026 โดยใช้เงินทุนเริ่มต้น 1,000 ดอลลาร์ และคิดค่าธรรมเนียมการเทรด 0.1% ทุกครั้งที่เปิดหรือปิดการเทรด
ผลลัพธ์และการวิเคราะห์เบื้องต้น
จากกราฟผลลัพธ์พบว่ากลยุทธ์ที่ใช้ข้อมูลสมดุลเหรียญทำผลงานได้ดีในหลายช่วงเวลา ถึงแม้บางช่วงกลยุทธ์ซื้อและถือแบบเดิมจะทำผลตอบแทนได้ดีกว่า แต่ในช่วงท้ายของช่วงเวลาทดสอบ กลยุทธ์สมดุลเหรียญกลับสามารถไล่ตามและทำผลตอบแทนใกล้เคียงได้
นักลงทุนบางท่านอาจชื่นชอบกลยุทธ์นี้เพราะมีความผันผวนน้อยกว่าแต่ผลตอบแทนโดยรวมก็ใกล้เคียงกับกลยุทธ์ซื้อและถือ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์สุดท้ายนี้อาจชวนเข้าใจผิด และนี่คือเหตุผลที่ต้องระวัง
ปัญหาของข้อมูลที่ถูกปรับแก้และ Look-Ahead Bias
ข้อมูลหลายชนิดไม่ใช่ค่าคงที่ มักถูกแก้ไขย้อนหลังเมื่อข้อมูลใหม่ถูกเปิดเผย โดยเฉพาะข้อมูลที่ต้องใช้การจำแนกกลุ่มที่อยู่หรือการระบุตัวตน เช่น สมดุลเหรียญใน Exchange หรือแม้แต่ข้อมูลปริมาณการเทรดและราคาที่บาง Exchange ให้ข้อมูลล่าช้า ซึ่งหมายความว่าข้อมูลวันที่ 15 มกราคม 2024 ที่เราเห็นวันนี้ อาจแตกต่างจากข้อมูลที่เผยแพร่จริงในวันนั้น
เมื่อทดสอบกลยุทธ์ย้อนหลังด้วยข้อมูลที่ถูกแก้ไขย้อนหลังไปแล้ว ก็เป็นการใช้ข้อมูลที่ไม่มีในวันที่ตัดสินใจเทรดจริง ซึ่งเรียกว่าเกิด Look-Ahead Bias หรือการมองเห็นข้อมูลล่วงหน้า
การทดสอบที่ถูกต้องด้วยข้อมูล Point-in-Time (PiT)
เพื่อแก้ปัญหานี้ เราทำการทดสอบใหม่โดยใช้ข้อมูล Point-in-Time (PiT) ของสมดุลเหรียญใน Exchange ซึ่งเป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลานั้นจริง ๆ ไม่ถูกแก้ไขย้อนหลัง ข้อมูลชนิดนี้หาได้จาก Glassnode Studio
ผลการทดสอบด้วยข้อมูล PiT ทำให้กลยุทธ์นี้มีผลตอบแทนต่ำกว่ามาก โดยเฉพาะช่วงปี 2024 ที่ไม่สามารถจับจังหวะขึ้นอย่างแรงในเดือนพฤศจิกายน 2024 และมีนาคม 2025 ได้ดีเหมือนข้อมูลที่ถูกปรับปรุงย้อนหลัง ผลลัพธ์ทางการเงินจึงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปใจความสำคัญ (Key Takeaway)
- กลยุทธ์ที่ใช้ข้อมูล Point-in-Time ซึ่งมีเฉพาะข้อมูลที่รู้ในเวลานั้นจริง ๆ ทำให้ผลตอบแทนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- การทดสอบย้อนหลังจะให้ผลลัพธ์ผิดพลาดได้ หากใช้ข้อมูลที่ถูกรวบรวมและแก้ไขอย่างไม่ถูกจุด
- การเลือกใช้ข้อมูล Point-in-Time แบบ immutable เท่านั้น ที่รับประกันว่าคุณกำลังเล่นซ้ำประวัติศาสตร์อย่างถูกต้องและไม่มี bias
ข้อมูล Point-in-Time (PiT) มีให้ใช้งานสำหรับผู้ใช้แพลน Glassnode Professional ผ่าน Studio และ API กลยุทธ์นี้ทดสอบโดยใช้ฟังก์ชันทดสอบย้อนหลังใน Studio
ศึกษาต่อไปและช่องทางอัปเดตข่าวคริปโต
- ติดตามข่าวคริปโตและวิเคราะห์ตลาดแบบทันเหตุการณ์ผ่านช่องทาง X
- เข้าร่วม Telegram channel เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกอย่างสม่ำเสมอ
- ดูข้อมูลเมตริกบนเชน, แดชบอร์ด และตั้งการเตือนผ่าน Glassnode Studio
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ทำไมการไหลออกของเหรียญจาก Exchange ถึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณบวก?
เมื่อเหรียญถูกถอนออกจาก Exchange แสดงว่าผู้ถือเลือกเก็บเหรียญไว้กับตัวเองมากกว่าการขาย ทำให้สภาพคล่องในตลาดลดลง ทำให้มีโอกาสเกิดราคาขึ้นได้
2. Moving average crossover คืออะไร?
เป็นเทคนิคการวิเคราะห์เชิงเทคนิคที่ใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อระบุแนวโน้ม เมื่อค่าเฉลี่ยระยะสั้นตัดผ่านค่าเฉลี่ยระยะยาว ก็ถือเป็นสัญญาณให้เข้าหรือออกตลาด
3. ข้อมูล Point-in-Time (PiT) มีความสำคัญอย่างไร?
ข้อมูล PiT คือข้อมูลที่ไม่ถูกแก้ไขย้อนหลัง ทำให้สามารถใช้ทดสอบกลยุทธ์ย้อนหลังได้อย่างถูกต้อง ป้องกันการเกิด Look-Ahead Bias หรือข้อมูลล่วงหน้า ซึ่งทำให้ผลทดสอบจริงสมจริงและน่าเชื่อถือมากขึ้น
4. การทดสอบกลยุทธ์นี้เหมาะกับนักลงทุนแบบใด?
กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดความผันผวนของพอร์ตและสนใจสัญญาณจากการเปลี่ยนแปลงสมดุลเหรียญใน Exchange แต่ก็ต้องเข้าใจความเสี่ยงและจำกัดของข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
ศึกษาข้อมูลเหรียญคริปโตเพิ่มเติม
หากคุณสนใจข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญคริปโตต่าง ๆ สามารถ ศึกษาข้อมูลเหรียญนี้เพิ่มเติมได้ที่นี่
ที่มาของบทความ
บทความนี้อ้างอิงจากการวิเคราะห์ของ Glassnode สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://insights.glassnode.com/why-use-point-in-time-data/


