รับทำ AI SEO
Picture of Kuycrypto Writer

ทรัมป์เรียกร้องตัดอัตราดอกเบี้ยเฟดทันที เสริมแรงกดดันต่อตลาดการเงิน

ทรัมป์เรียกร้องตัดอัตราดอกเบี้ยเฟดทันที เสริมแรงกดดันต่อตลาดการเงิน

ทรัมป์ เรียกร้องให้ Fed จัดประชุมพิเศษเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยทันที เพิ่มแรงกดดันต่อตลาดคริปโต

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จัดประชุมพิเศษเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยทันที โดยระบุว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันที่อยู่ในช่วง 3.50% ถึง 3.75% เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ

แม้ว่าข้อมูลจาก CME FedWatch จะชี้ว่า มีโอกาสถึง 99% ที่ Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับเดิมในการประชุมที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ แรงกดดันทางการเมืองนี้กลับส่งผลให้ตลาดคริปโตและสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเกิดความผันผวน เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังสภาพคล่องที่จะถูกเติมเต็มในอนาคต

ประเด็นสำคัญ

  • ทรัมป์ตำหนิประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ และเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ยทันที แม้เงินเฟ้อยังอยู่ที่ 2.4%
  • ตลาดฟิวเจอร์สแทบไม่คาดการณ์ว่าจะเกิดการลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 17 มี.ค.นี้
  • ความคาดหวังในการลดอัตราดอกเบี้ยมักช่วยเพิ่มมูลค่าของคริปโต เพราะสภาพคล่องไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง

ทรัมป์เรียกร้องลดดอกเบี้ยในทันที ขณะที่ Fed ยังคงแนวทางเดิม

ทรัมป์ กล่าวในที่ประชุมที่ทำเนียบขาวว่า ธนาคารกลางไม่ควรรอจนกว่าจะถึงการประชุม FOMC ตามกำหนด แต่ควรรีบลดอัตราดอกเบี้ยทันที “มีเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ที่จะลดดอกเบี้ยได้อีกไหม? เด็กนักเรียนชั้นประถมก็ยังรู้,” ทรัมป์กล่าวในวิดีโอที่แชร์บนแพลตฟอร์ม X

ก่อนหน้านี้ในโพสต์บน Truth Social ทรัมป์ก็ได้เรียกร้องให้ประธาน Fed “ลดดอกเบี้ยทันที” การเผชิญหน้าระหว่างทำเนียบขาวกับ Fed ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สถานการณ์ครั้งนี้มีความตึงเครียดสูงขึ้น โดยทรัมป์มองว่า พาวเวลล์ “ช้าเกินไป” และการรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ระหว่าง 3.50%-3.75% กำลังทำร้ายเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

ความกังวลส่วนหนึ่งมาจากตลาดที่อยู่อาศัยที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อจำนอง 30 ปี พุ่งสูงถึง 6.11% อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจยังไม่สนับสนุนการลดดอกเบี้ยแบบเร่งด่วน โดยตลาดฟิวเจอร์สแสดงความเชื่อมั่นถึง 99% ว่า Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม

Fed ยังคงใช้แนวทางระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อซึ่งตอนนี้อยู่ที่ 2.4% ส่งผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความผันผวนของราคาน้ำมันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงต่อสภาพคล่องในตลาดคริปโต

สำหรับเทรดเดอร์คริปโต แรงกดดันทางการเมืองต่อ Fed นี้ถือเป็นสัญญาณตรงเกี่ยวกับสภาพคล่องในตลาด โดยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืม และมักทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่งผลให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์เสี่ยงและมีความขาดแคลนเช่น Bitcoin

ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจนี้มีผลต่อพฤติกรรมของนักลงทุนสถาบันอย่างชัดเจน เช่น กองทุน BlackRock ที่เพิ่งซื้อ Bitcoin มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการคาดการณ์ว่าสภาพแวดล้อมจะหันเหไปทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นในอนาคต

กลไกนี้ง่าย ๆ คือ เงินต้นทุนต่ำทำให้ตลาดมีสภาพคล่องสูงขึ้น เมื่อผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลต่ำลง จะทำให้เงินไหลไปรับความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ความสัมพันธ์นี้เป็นตัวขับเคลื่อนราคาของ Bitcoin ตั้งแต่รอบ quantitative easing ปี 2020

อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงว่าการลดดอกเบี้ยก่อนเวลาอาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอีกครั้ง หากตลาดมองว่า Fed สูญเสียความเป็นอิสระทางนโยบายการเงิน Bitcoin อาจถูกมองไม่ใช่แค่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง แต่เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการลดค่าของเงินตรา

นักวิเคราะห์จำนวนมากใช้สมมติฐานนี้อธิบายถึงสถานการณ์ที่คริปโตแยกตัวออกจากสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างทองคำ และกลายเป็นแหล่งดูดซับสภาพคล่องในรูปแบบใหม่

แนวโน้มราคาของ Bitcoin: ความหวังลดอัตราดอกเบี้ย vs ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ความตึงเครียดระหว่างคำเรียกร้องของทรัมป์และความระมัดระวังของพาวเวลล์ ส่งผลให้ราคาของ Bitcoin ผันผวนในระยะสั้น โดยนักเทรดจับตาระดับทางเทคนิคสำคัญที่สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค

  • กรณีบวก: หาก Fed สื่อสารถึงความเป็นไปได้ในการลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว Bitcoin อาจขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 74,000 ดอลลาร์ต่อทันที และอาจทะลุเป้าหมายทางจิตวิทยาที่ 80,000 ดอลลาร์
  • ข้อมูลจากระบบ on-chain ชี้ว่านักลงทุนใหญ่กลับมาเก็บ Bitcoin บริเวณราคา 71,000 ดอลลาร์แล้ว เตรียมพร้อมต่อทิศทางใหม่
  • กรณีลบ: หาก Fed ยืนยันนโยบาย “คงดอกเบี้ยสูงในระยะยาว” เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ 2.4% ความผิดหวังอาจทำให้เทรดเดอร์ใช้เลเวอเรจอย่างรุนแรง และ Bitcoin อาจหลุดแนวรับที่ 69,000 ดอลลาร์

ไทม์ไลน์การประชุม FOMC และปัจจัยกระตุ้นตลาดคริปโตที่ต้องจับตา

จุดสนใจหลักอยู่ที่การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในวันที่ 18 มีนาคมนี้ โดยแม้จะไม่มีความคาดหวังว่าจะลดดอกเบี้ย แต่ “dot plot” และท่าทีในแถลงข่าวของพาวเวลล์จะเป็นกุญแจสำคัญ นักเทรดควรจับตาการเปลี่ยนแปลงความน่าจะเป็นการลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 29 เมษายนที่จะตามมา

หาก Bitcoin ไม่สามารถกลับขึ้นไปเหนือ 73,500 ดอลลาร์หลังการประชุมครั้งนี้ได้ โอกาสที่ราคาจะอยู่ในช่วงพักตัวนานไปถึงไตรมาส 2 ก็มีสูง

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหรียญคริปโต

หากคุณสนใจศึกษาข้อมูลเหรียญคริปโตเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้ที่ ข้อมูลเหรียญคริปโตเพิ่มเติม

แหล่งที่มา

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่: Trump Urges Immediate Fed Rate Cut, Adding Macro Pressure to Markets – CryptoNews

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ทำไมทรัมป์จึงเรียกร้องให้ Fed ลดดอกเบี้ยทันที?

ทรัมป์มองว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันสูงเกินไป ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยและความมั่นคงทางการเงินของประเทศ จึงต้องการให้ Fed ลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

2. อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจะส่งผลดีต่อคริปโตอย่างไร?

อัตราดอกเบี้ยต่ำช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมและทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่งผลให้เงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และคริปโตอื่น ๆ ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้น

3. ตลาดคาดการณ์อย่างไรกับการประชุม Fed ครั้งถัดไป?

ตลาดคาดว่า Fed จะไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ (18 มี.ค.) โดยมีโอกาส 99% ที่อัตราดอกเบี้ยจะยังคงเดิม แต่จะรอสัญญาณจากแถลงการณ์และการประชุมในเดือนเมษายน

4. ราคาของ Bitcoin จะเป็นอย่างไรหาก Fed ไม่ลดดอกเบี้ย?

หาก Fed ยืนยันนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยสูง Bitcoin มีความเสี่ยงที่จะร่วงหลุดแนวรับสำคัญที่ 69,000 ดอลลาร์ และอาจเกิดการชะลอตัวในระยะกลาง