คริปโต Ethereum กับกิจกรรมการสเตกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Ethereum หรือ ETH หนึ่งในคริปโตชั้นนำ ยังคงอยู่ในความสนใจของตลาดไม่ใช่แค่เพราะราคาที่เคลื่อนไหว แต่เป็นเพราะกิจกรรมการสเตก (staking) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ปัจจุบันมีเหรียญ ETH จำนวนหลายล้านถูกล็อกไว้ในสัญญาการสเตกอย่างถาวร
แนวโน้มการสเตกที่เพิ่มสูง ส่งผลให้ซัพพลายของ Ethereum หดตัว
แม้ตลาดคริปโตโดยรวมจะยังคงไม่คึกคักนัก แต่ในฝั่งของ Ethereum มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นในเรื่องการจัดการซัพพลาย เนื่องจากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การสเตก ETH เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปริมาณเหรียญที่หมุนเวียนในตลาดลดลงอย่างเห็นได้ชัด
การล็อกเหรียญ ETH ไว้ผ่านการสเตกนี้ ทำให้ซัพพลายที่หมุนเวียนในตลาดหายไปอย่างรวดเร็ว โดยส่งผลให้สภาพคล่องโดยรวมในตลาดค่อย ๆ ตึงตัวขึ้น เราสามารถตีความได้ว่า นักลงทุน ETH มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น พร้อมกับสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่เปลี่ยนแปลงไป
ข้อมูลเชิงลึกจากรายงานของ BMNR Bullz
- ปัจจุบันมากกว่า 30% ของซัพพลาย ETH ทั้งหมด ถูกล็อกไว้ในสัญญาสเตก
- จำนวนนี้เทียบเท่ากับเหรียญประมาณ 35 ล้าน ETH ที่หายไปจากซัพพลายที่หมุนเวียน
- แนวโน้มนี้ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดตึงตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
นี่ถือเป็นรูปแบบคลาสสิกของทุกวัฏจักรตลาดคริปโต เมื่อปริมาณเหรียญ ETH ที่หมุนเวียนลดลงแสดงถึงความต้องการคริปโตจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบันที่เพิ่มขึ้น
บทบาทของ Bitmine Immersion Technologies และ Fundstrat Capital
- สองบริษัทใหญ่ที่เข้ามาเก็บสะสมและสเตก ETH อย่างต่อเนื่อง
- ช่วยสร้างแรงกดดันให้ซัพพลาย ETH หดตัว สร้างภาวะ “supply squeeze” อย่างชัดเจน
โดยเฉพาะ Bitmine กำลังสร้างแพลตฟอร์ม Yield ETH ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดภายใต้ชื่อ MAVAN (Made-in-America Validator Network) ที่ได้สเตกเหรียญในปริมาณมากจนเปลี่ยนคริปโตให้กลายเป็นธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนได้แบบขยายตัว
กิจกรรมการซื้อ ETH โดย Bitmine ยังดำเนินต่อเนื่อง
- ถึงแม้ราคาของ ETH จะเคลื่อนไหวในกรอบข้างเคียง (sideways) แต่ Bitmine ยังมั่นใจและเพิ่มการซื้อ ETH อย่างต่อเนื่อง
- Lookonchain ตรวจพบว่าบริษัทนี้ซื้อมากถึง 50,000 ETH มูลค่าประมาณ 108.3 ล้านดอลลาร์จาก FalconX ในช่วงต้นสัปดาห์
- ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีการตรวจพบ 3 ที่อยู่กระเป๋าเงินซึ่งเชื่อว่าเป็นของ Bitmine รวมซื้อ ETH กว่า 117,111 เหรียญ มูลค่าประมาณ 253.3 ล้านดอลลาร์
การซื้อเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Tom Lee ประกาศความเชื่อมั่นต่อตลาด ETH ในเชิงบวก ซึ่งช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนรายย่อยและสถาบันในตลาดคริปโต โดยสัญญาณนี้มองได้ว่า ช่วงเวลาที่ตลาด ETH อยู่ในภาวะขาลงอาจเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น
สรุป
โดยรวมแล้ว กิจกรรมการสเตก Ethereum ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังส่งผลกระทบต่อซัพพลายของคริปโตนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเข้ามามีบทบาทของผู้เล่นรายใหญ่ เช่น Bitmine ที่ยังคงสะสม ETH อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวของคริปโตนี้ในตลาดที่ยังมีความผันผวนสูง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ทำไมการสเตกจะทำให้ซัพพลายของ Ethereum หดตัว?
เพราะเหรียญที่ถูกล็อกไว้ในสัญญาสเตกไม่สามารถนำไปซื้อขายในตลาดได้ ทำให้ปริมาณ ETH ที่หมุนเวียนลดลง ส่งผลให้สภาพคล่องตึงตัว
2. Bitmine คือใคร และมีบทบาทอย่างไรในตลาดคริปโต?
Bitmine Immersion Technologies เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่สร้างเครือข่าย Validator สำหรับการสเตก ETH โดยมีแพลตฟอร์ม MAVAN ที่ช่วยให้การสเตกกลายเป็นธุรกิจสร้างรายได้แบบขยายตัว
3. การที่ ETH ถูกล็อกไว้เยอะจะส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างไร?
สภาพคล่องในตลาดจะตึงตัวมากขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะซัพพลายช็อก (supply shock) ซึ่งอาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวแรงขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง
4. นักลงทุนรายย่อยควรทำอย่างไรกับแนวโน้มนี้?
ควรติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดและการเปลี่ยนแปลงของปริมาณเหรียญที่สเตกอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการลงทุนให้เหมาะสมและลดความเสี่ยง
ศึกษาข้อมูลเหรียญคริปโตเพิ่มเติมได้ที่
https://www.kuycrypto.com/crypto-coins/
ที่มาของบทความต้นฉบับจาก
bitcoinist.com


