รับทำ AI SEO
Picture of Kuycrypto Writer

มูลค่าการฉ้อโกงคริปโตในสหรัฐปี 2025 ทะลุ 11 พันล้านดอลลาร์ ทำสถิติใหม่โดย FBI

มูลค่าการฉ้อโกงคริปโตในสหรัฐปี 2025 ทะลุ 11 พันล้านดอลลาร์ ทำสถิติใหม่โดย FBI

คริปโตในอเมริกาถูกโกงมูลค่ากว่า 11 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ทำลายสถิติใหม่: FBI รายงาน

ศูนย์ร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตของ FBI (IC3) เผยแพร่รายงานประจำปี 2025 เมื่อเร็ว ๆ นี้ ระบุว่าการฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีได้ทำให้เหยื่อชาวอเมริกันสูญเสียเงินมากกว่า 11.3 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของความเสียหายทั้งหมดจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ถูกรายงานทั่วประเทศ

ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม IC3 มีการบันทึกร้องเรียนทั้งหมด 1,008,597 เรื่อง โดยมูลค่าความเสียหายรวมอยู่ที่ 20.877 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 26% จากปี 2024

ในจำนวนนี้ คำร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับคริปโตจำนวน 181,565 เรื่อง มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 11.366 พันล้านดอลลาร์ ทำให้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นหมวดหมู่ที่มีความเสียหายทางการเงินสูงที่สุดที่ถูกติดตามในรายงานนี้

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ความเสียหายจากการฉ้อโกงคริปโตเมื่อปี 2017 อยู่ที่ประมาณ 27 ล้านดอลลาร์ แต่เพียงปี 2025 จำนวนดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่า 400 เท่า

อันตรายหลักมาจากการฉ้อโกงลงทุนคริปโต

จุดศูนย์กลางของวิกฤติเหล่านี้คือการฉ้อโกงลงทุนคริปโต ซึ่ง FBI อธิบายว่าเป็นรูปแบบของการโกงระยะยาวที่ใช้ “การชักจูงทางจิตวิทยา, การปลอมแปลงความน่าเชื่อถือ และการใช้ประโยชน์จากคริปโตเพื่อหลอกล่อเหยื่อให้ลงทุนเงินจำนวนมาก”

การฉ้อโกงประเภทนี้ทำให้สูญเสียเงินถึง 7.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และกลายเป็นสาเหตุหลักของความเสียหายทางการเงินต่อชาวอเมริกันในปีนั้น

รูปแบบการฉ้อโกงมีขั้นตอนที่ชัดเจน ผู้ร้ายติดต่อเหยื่อผ่านข้อความโต้ตอบ, โซเชียลมีเดีย, แอปหาคู่ หรือโฆษณาดิจิทัล จากนั้นเหยื่อจะถูกชักชวนเข้ากลุ่มลงทุนพิเศษที่ดูเหมือนมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้นำ โดยถูกสั่งให้ส่งคริปโตให้กับแพลตฟอร์มปลอมที่แสดงผลตอบแทนและให้กู้ยืมเพื่อจูงใจให้ลงทุนเพิ่ม

เมื่อเหยื่อต้องการถอนเงิน กลุ่มมิจฉาชีพจะเรียกเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมก่อนจะหายตัวพร้อมเงินทั้งหมด

FBI ระบุว่าแหล่งที่มาของกลุ่มฉ้อโกงเหล่านี้คือองค์กรอาชญากรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในกัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งใช้เหยื่อจากการค้ามนุษย์เป็นแรงงานบังคับทำงานในศูนย์หลอกลวง

คริปโตเป็นเครื่องมือชำระเงินสำหรับการฉ้อโกงหลากหลายรูปแบบ

รายงานไม่ได้ระบุคริปโตเฉพาะในแง่การฉ้อโกงลงทุนเท่านั้น แต่ยังพบว่า สกุลเงินดิจิทัลเป็นวิธีชำระเงินหลักในคดีฉ้อโกงหลายชนิด

  • คริปโตถูกใช้ใน 72% ของธุรกรรมฉ้อโกงลงทุน
  • ใช้ใน 43% ของการฉ้อโกงบริการสนับสนุนทางเทคนิค
  • ใช้ใน 40% ของการฉ้อโกงแอบอ้างรัฐบาล

ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าแก๊งฉ้อโกงในหลายหมวดอาชญากรรมเลือกใช้คริปโตเป็นวิธีหลักในการเก็บและเคลื่อนย้ายเงิน

หมวดหมู่กว้าง ๆ อย่างฉ้อโกงลงทุนมีความเสียหายรวม 8.648 พันล้านดอลลาร์ โดยคริปโตมีส่วนแบ่งใหญ่ที่สุด ด้านฉ้อโกงบริการเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับคริปโตทำให้เกิดความเสียหาย 1.226 พันล้านดอลลาร์

ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ถือเป็นกลุ่มที่โดนโกงหนักสุด โดยยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคริปโตมากถึง 44,555 เรื่อง และสูญเสียเงินรวม 4.43 พันล้านดอลลาร์ มากกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ

ในหมวดฉ้อโกงลงทุนคริปโต กลุ่มนี้รายงานความเสียหายมูลค่า 2.76 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กลุ่มอายุ 50-59 ปี สูญเสีย 1.38 พันล้านดอลลาร์

การฉ้อโกง ATM และตู้คริปโต — ที่ผู้ร้ายหลอกเหยื่อผ่าน QR code ให้ไปที่ตู้ ATM หรือคีออสก์จริง — มีจำนวนร้องเรียน 13,460 เรื่อง ทำให้สูญเสียเงิน 389 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 58% จากปี 2024

ในจำนวนนี้ ผู้สูงอายุยื่นร้องเรียน 6,188 เรื่อง และเสียเงินถึง 257.5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 66% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด

การฉ้อโกงเรียกคืนเงิน (recovery scams) ซึ่งกลุ่มฉ้อโกงตั้งเป้าไปที่เหยื่อคริปโตเดิมโดยสัญญาจะช่วยคืนเงินที่เสียไป เกิดขึ้น 10,516 เรื่อง มีมูลค่าความเสียหาย 1.4 พันล้านดอลลาร์ กลุ่มผู้ใหญ่ 60 ปีขึ้นไปสูญเสียเงิน 540.5 ล้านดอลลาร์ในหมวดนี้เพียงกลุ่มเดียว

FBI ปฏิบัติการอย่างจริงจังเพื่อป้องกันและช่วยเหลือเหยื่อ

ตั้งแต่ต้นปี 2024 FBI เปิดตัว “Operation Level Up” ซึ่งใช้ข้อมูลร้องเรียนจาก IC3 เพื่อระบุและแจ้งเตือนเหยื่อการฉ้อโกงลงทุนคริปโตขณะที่ยังถูกหลอกลวงอยู่

ในปี 2025 เพียงปีเดียว Operation Level Up แจ้งเตือนเหยื่อ 3,780 ราย และรักษาทุนรวมได้ประมาณ 225.8 ล้านดอลลาร์ โดย 78% ของผู้ได้รับแจ้งไม่ทราบว่าตนเองถูกหลอกตั้งแต่แรก

เช่นมีรายงานว่าทีม FBI ช่วยหยุดไม่ให้เหยื่อถอนเงิน 750,000 ดอลลาร์จากบัญชี 401(k) เพื่อส่งให้กลุ่มมิจฉาชีพ และอีกกรณีที่หญิงรายหนึ่งถูกช่วยไว้ไม่ให้ขายบ้านเพื่อนำเงิน 500,000 ดอลลาร์ไปลงทุนในโครงการหลอกลวง

นอกจากนี้ สำนักงานอัยการแห่งเขตโคลัมเบียได้จัดตั้งกลุ่ม Strike Force ร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรม, FBI, หน่วยสืบราชการลับ, กระทรวงการต่างประเทศ และ OFAC เพื่อปราบปรามศูนย์ฉ้อโกงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มเป้าหมายหลักคือเครือข่ายอาชญากรรมจีนที่ควบคุมการหลอกลวงในภูมิภาค และยังตัดการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐที่กลุ่มนี้ใช้ด้วย

ตั้งแต่เริ่มโครงการ Operation Level Up ทาง FBI รายงานว่าได้ช่วยเหยื่อได้เกิน 500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขขั้นต่ำ เนื่องจากหลายเหยื่อไม่กล้าแจ้งความ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคริปโตและการฉ้อโกง

1. ทำไมคริปโตถึงถูกใช้มากในการฉ้อโกง?

คริปโตเคอร์เรนซีช่วยให้การโอนเงินรวดเร็ว ปกปิดตัวตน และยากต่อการติดตาม ทำให้มิจฉาชีพเลือกใช้เป็นช่องทางหลักในการหลอกลวงและเคลื่อนย้ายเงิน

2. กลุ่มคนร้ายส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน?

FBI พบว่ากลุ่มอาชญากรรมที่รับผิดชอบศูนย์ฉ้อโกงคริปโตส่วนใหญ่อยู่ในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชา ลาว และเมียนมา

3. ใครเป็นกลุ่มที่เสี่ยงโดนโกงคริปโตมากที่สุด?

กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดทั้งจำนวนการร้องเรียนและมูลค่าความเสียหาย

4. หน่วยงานใดที่ช่วยปกป้องเหยื่อคริปโต?

FBI ได้เปิดตัว Operation Level Up เพื่อแจ้งเตือนและช่วยเหยื่อที่ยังถูกหลอก นอกจากนี้ยังมี Strike Force ที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานหลายฝ่ายเพื่อปราบปรามแก๊งฉ้อโกง

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหรียญคริปโต

สนใจเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญคริปโตที่กำลังได้รับความนิยมและใช้เทคโนโลยีที่น่าสนใจ สามารถ ศึกษาข้อมูลเหรียญคริปโตเพิ่มเติมได้ที่นี่

แหล่งที่มา

บทความนี้อ้างอิงตามรายงานของ FBI ซึ่งเผยแพร่ใน Bitcoin Magazine สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่ American Crypto Fraud Topped $11 Billion in 2025, Shattering Records: FBI