สรุปภาพรวมตลาดคริปโต: สัญญาณชัดเจนของการปรับฐานลงอย่างรุนแรง
คริปโต โดยเฉพาะ Bitcoin (BTC) ได้ยืนยันการทะลุแนวรับสำคัญ ราคาปรับตัวต่ำกว่า True Market Mean ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยต้นทุนของกลุ่มผู้ถือเหรียญที่ใช้งานอยู่ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดต้องถอยร่นและเข้าสู่สภาวะระมัดระวังมากขึ้น
- ข้อมูล On-chain เผยให้เห็นการสะสมเหรียญในช่วงราคา 70,000-80,000 ดอลลาร์ และมีกลุ่มผู้ถือเหรียญหนาแน่นระหว่าง 66,900-70,600 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่แรงขายระยะสั้นอาจถูกดูดซับได้
- การบันทึกขาดทุนจริง (Realized losses) เร่งตัวขึ้น สะท้อนถึงแรงขายอย่างต่อเนื่องที่บีบให้ผู้ถือเหรียญต้องขายขาดทุน
- ปริมาณซื้อขายตลาด Spot ยังอ่อนแอ แสดงถึงการขาดแรงหนุนจากฝั่งผู้ซื้อ ทำให้ตลาดเกิดช่องว่างของความต้องการ
- ตลาด Futures กำลังเข้าสู่ช่วงเกิดการลดเลเวอเรจอย่างรุนแรงด้วยการชำระสถานะ Long ที่สูงที่สุดในรอบนี้ เพิ่มความผันผวนและส่งผลต่อต่อเนื่องของราคาขาลง
- นักลงทุนสถาบันและกองทุน ETF ลดความต้องการอย่างมีนัยยะสำคัญ เส้นเงินไหลกลับเข้าสู่บวกหายไป ส่งผลขาดแรงซื้อในตลาด
- ตลาด Options ยังสะท้อนความกังวล โดยค่าความผันผวนที่อิงอยู่ในระดับสูงและ Skew ที่ไต่ระดับ เพราะนักเทรดยินดีจ่ายเพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลง
- ในขณะที่เลเวอเรจถูกปรับลดแล้ว ตลาด Spot ยังไม่กลับมา มีความเปราะบางสูง การฟื้นตัวที่จะเกิดขึ้นมีแนวโน้มเป็นเพียงการแก้ไขราคาชั่วคราว ไม่ใช่การกลับตัวแนวโน้มแบบยั่งยืน
ข้อมูลเชิงลึกจาก On-chain และพฤติกรรมราคา
หลังจากการวิเคราะห์เมื่อสัปดาห์ก่อนพบว่า ราคาของ BTC ไม่สามารถกลับขึ้นเหนือกลุ่มต้นทุนผู้ถือระยะสั้นที่ระดับ 94,500 ดอลลาร์ได้ ราคาตอนนี้ได้ลดลงต่ำกว่า True Market Mean ที่ประมาณ 80,200 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่มองว่าเป็นแนวรับสุดท้ายในช่วงตลาดขึ้นลงเป็นช่วงสั้น ๆ
- การหลุดแนวนี้บ่งชี้ถึงความอ่อนแอที่สะสมมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน ทำให้ตลาดโดยรวมเหมือนกับช่วงต้นปี 2022 ที่เกิดการบีบรัดราคาจนเข้าสู่ตลาดขาลึก
- กรอบราคาต่อเนื่องมีค่าเฉลี่ยต้นทุนที่ 80,200 ดอลลาร์เป็นแนวต้าน โดยส่วนล่างของกรอบประมาณ 55,800 ดอลลาร์ เป็นระดับที่นักลงทุนระยะยาวเคยเริ่มกลับเข้ามาซื้อ
- การกระจายของ UTXO Realized Price Distribution (URPD) แสดงให้เห็นผู้เข้ามาสะสมที่ช่วง 70,000 ถึง 80,000 ดอลลาร์ โดยมีคลัสเตอร์สำคัญที่ 66,900 ถึง 70,600 ดอลลาร์ ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็น “คลื่นดูดซับ” แรงขายในอดีต
แรงกดดันจากการขายและสัญญาณความเครียดของนักลงทุน
Realized Loss เป็นตัวชี้วัดความเครียดของนักลงทุน โดยการนับจำนวนเหรียญที่ขายขาดทุนในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ค่าเฉลี่ย 7 วันของการขาดทุนจริงอยู่ที่เกิน 1.26 พันล้านดอลลาร์/วัน เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความกลัวและแรงกดดันที่ขยายวงกว้างหลังหลุด True Market Mean
- ช่วงที่ราคาฟื้นตัวที่ 72,000 ดอลลาร์ พบว่าการขาดทุนจริงทะลุเกิน 2.4 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งมักเป็นสัญญาณแนวสลัดแรงขายและสามารถทำให้ราคาคงตัวชั่วคราวได้
- จากมุมมองระยะยาว ปัจจุบัน Relative Unrealized Loss สูงขึ้นเกิน 12% ซึ่งยังน้อยกว่าช่วงวิกฤตใหญ่ปี 2018 และ 2022 ที่แตะ 65-75% แต่ก็ยืนยันแรงกดดันที่กำลังเพิ่มขึ้นในตลาด
ภาพรวมตลาดภายนอก On-chain: ปริมาณซื้อขายและความเคลื่อนไหวในอนาคต
- ปริมาณ Spot และ Futures ยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงภาวะขาดแรงสนับสนุนจากการซื้อเข้าระยะยาว
- กระแสเงินจากนักลงทุนสถาบันและกองทุน ETF กลับมาเป็นการไหลออกอย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากในช่วงขาขึ้นที่ช่วยดูดซับแรงขาย
- ภาวะนี้ทำให้ความเสี่ยงทางด้านลบยังคงสูง และการดีดตัวขึ้นอาจพบกับแรงต้านถ้าปริมาณเงินยังไม่กลับมาดีขึ้น
- ตลาด Futures ประสบกับการลดเลเวอเรจอย่างรุนแรงด้วยการปิดสถานะ Long จำนวนมากในช่วงราคาปัจจุบัน ซึ่งเพิ่มปริมาณความผันผวนและเร่งความดิ่งของราคา
- การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนมักต้องการแรงซื้อจากตลาด Spot มากกว่าการชำระสถานะเพื่อลดยอดการเดิมพัน
ตลาด Options สะท้อนความกังวลและความไม่แน่นอนต่อราคาขาลง
- Implied Volatility ระยะสั้นยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราความผันผวน 7 วันเพิ่มขึ้นกว่า 20 จุดเทียบกับสองสัปดาห์ก่อน
- Downside Skew หรือการเทน้ำหนักราคาไปที่ Put มากกว่า Call มีแนวโน้มสูงขึ้น ชี้ว่าตลาดต้องการการป้องกันความเสี่ยงในภาพลบมากกว่าคาดหวังการฟื้นตัว
- ส่วนต่างความเสี่ยง Premium ระยะสั้นที่ระดับ Put Strike 75,000 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงการซื้อประกันความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องในช่วงราคาที่สำคัญ
- ในด้าน carry หรือผลตอบแทนจากการถือ Options ระยะสั้น ตอนนี้เริ่มติดลบเป็นครั้งแรกในรอบเดือน ส่งผลให้มีแรงกดดันจากการปิดสถานะและปรับพอร์ตบ่อยขึ้น
บทสรุปและแนวทางในอนาคตสำหรับตลาดคริปโต
BTC กำลังเข้าสู่ช่วงตลาดที่ระมัดระวังอย่างหนักหลังจากหลุด True Market Mean ที่ประมาณ 80,200 ดอลลาร์ และล้มเหลวในการกลับขึ้นเหนือจุดต้นทุนของผู้ถือระยะสั้นที่ 94,500 ดอลลาร์ ผลกำไรมีการบีบตัวอย่างต่อเนื่อง ขาดทุนจริงเพิ่มขึ้นจากการปรับฐานราคาลงสู่ช่วงต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์
แม้ว่าจะมีการสะสมเล็กน้อยบริเวณ 70,000-80,000 ดอลลาร์ แต่แรงขายที่มาจากความกลัวยังคงสูง และปริมาณซื้อขายจริงในตลาด Spot ยังน้อยมาก ทำให้ความพยายามฟื้นตัวต้องเผชิญอุปสรรค โดยยังต้องรอให้แรงขายอ่อนตัวลงอย่างชัดเจนก่อนที่จะเห็นการทรงตัวอย่างยั่งยืน
ในตลาดอนุพันธ์ การขายเลเวอเรจอย่างมากทำให้ความผันผวนสูงขึ้น แต่การปลดเลเวอเรจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างจุดต่ำสุดที่มั่นคง ตลาด Options ยังแสดงถึงความไม่แน่นอนอย่างเด่นชัดด้วย Skew ที่สูงและความผันผวนที่ยังคงได้รับความสนใจสูง
จุดเปลี่ยนสำคัญต่อไปคือการกลับมาของแรงซื้อในตลาด Spot โดยหากไม่มีการขยายตัวของการมีส่วนร่วมอย่างชัดเจนและเงินทุนไหลเข้าสม่ำเสมอ ความเสี่ยงก็ยังคงชี้ลงและการฟื้นตัวแม้เกิดขึ้นก็จะมีลักษณะเป็นเพียงการพักตัวระยะสั้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับตลาดคริปโตในช่วงนี้
- Q: True Market Mean คืออะไร?
A: คือค่าเฉลี่ยต้นทุนรวมของเหรียญที่ถูกใช้งานอยู่ในตลาด ไม่รวมเหรียญที่ถูกล็อคหรือหายไป เช่น เหรียญของนักขุดยุคแรกและเหรียญของซาโตชิ ซึ่งช่วยบ่งบอกจุดแนวรับ-ต้านหลักในตลาดคริปโต - Q: ทำไมการหลุด True Market Mean ถึงมีนัยสำคัญ?
A: เพราะโซนนี้ถือเป็นแนวรับทางโครงสร้างที่สำคัญ ถ้าราคาหลุดลงต่ำกว่า แปลว่าสภาพตลาดเริ่มเปราะบางและอาจเข้าสู่ช่วงขาลงลึกมากขึ้น - Q: การลดเลเวอเรจของตลาด Futures ส่งผลกระทบอย่างไร?
A: การลดเลเวอเรจผ่านการชำระสถานะ Long จำนวนมาก จะทำให้แรงขับราคาลงรุนแรงและเพิ่มความผันผวนในตลาด ทำให้ตลาดมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น - Q: ตลาด Options บอกอะไรเกี่ยวกับความเสี่ยงตลาด?
A: ตลาด Options ที่ยังมีค่าความผันผวนสูงและ Downside Skew ที่เพิ่มขึ้น แสดงว่าผู้เล่นยังกังวลและต้องการซื้อประกันความเสี่ยงตลาดขาลงมากกว่าคาดหวังจะได้กำไรจากการฟื้นตัว - Q: หากไม่มีแรงซื้อในตลาด Spot ตลาดจะเป็นอย่างไร?
A: ตลาดจะยังคงเปราะบางและมีโอกาสเกิดแรงขายต่อเนื่อง การฟื้นตัวจึงน่าจะเป็นเพียงการปรับแก้ราคาชั่วคราว ไม่ใช่การกลับตัวแนวโน้มที่มั่นคง
ศึกษาข้อมูลเหรียญคริปโตและเหรียญอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่
คลิกที่นี่เพื่อศึกษาข้อมูลเหรียญคริปโต
ที่มาของบทความและข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม:
Glassnode Insights – The Week Onchain Week 05 2026


