คริปโตกับสินเชื่อที่ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกัน เปิดประตูสู่การมีบ้านสำหรับคนรุ่นใหม่
สำหรับ CJ Konstantinos เรื่องสินเชื่อที่ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกัน เป็นเรื่องส่วนตัวอย่างยิ่ง ในปี 2019 เขาจ่าย 100 Bitcoin เพื่อซื้อบ้าน หลังจากนั้น Bitcoin ที่ถืออยู่มีมูลค่าประมาณ 7.6 ล้านดอลลาร์ แต่บ้านของเขาขายได้ไม่เกิน 500,000 ดอลลาร์เท่านั้น
ในตอนนั้น การทำธุรกรรมแบบนี้คนในวงการการเงินแบบดั้งเดิมมักมองว่าเป็นเรื่องเสี่ยงเกินไป แต่ปัจจุบัน Konstantinos ดูแลบริษัท Peoples Reserve และได้ขึ้นพูดในงานประชุม Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่ออธิบายว่าทำไมการทำแบบนี้อีกครั้ง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Bitcoin ในการปล่อยสินเชื่อ จึงตอบโจทย์ผู้ถือคริปโตจำนวนมากขึ้น
“Bitcoin เจอผมและตบแรงๆ เข้าไปที่หัว” Konstantinos กล่าวในงานประชุมหัวข้อ “From HODL to Home: Bitcoin-Backed Loans Meet Mortgages” ที่จัดขึ้นใน Bitcoin 2026 ที่ลาสเวกัส
การใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน คือจุดเปลี่ยนของตลาด
ในเวลานี้ กลุ่มผู้บริหารจาก SALT Lending และ Peoples Reserve ร่วมกันพูดถึงตลาดที่กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ คือการใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันซื้อบ้านโดยไม่ต้องขายคริปโตของคุณ
แม้ว่าการพูดคุยจะลงรายละเอียดเชิงเทคนิคการเงินมากมาย แต่สิ่งที่พวกเขากลับเน้นย้ำคือสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า — บ้านไม่ใช่แค่การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่คือพื้นที่ที่คุณเริ่มต้นสร้างครอบครัว และเป็นที่ที่คุณรู้สึกปลอดภัย
Bitcoin ทำให้การมีบ้านง่ายขึ้นอย่างไร
Hunter Albright, ผู้อำนวยการฝ่ายรายได้ของ SALT Lending, บอกว่า สถิติในตลาดบ้านชี้ว่า การซื้อบ้านหลังแรกยากขึ้นเรื่อยๆ โดยพบว่าคนซื้อบ้านครั้งแรกในอเมริกาส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 40 ปี นี่คือหลักฐานว่า ระบบสินเชื่อบ้านแบบเดิมไม่ตอบโจทย์กลุ่มประชากรจำนวนมาก
ในเวลาเดียวกัน เงินจำนวนมากถูกถืออยู่ใน Bitcoin ซึ่งสำหรับผู้ถือยังคงอยู่เฉยๆ โดยไม่ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเงิน
SALT ซึ่งดำเนินการปล่อยสินเชื่อที่ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันมาเกือบ 10 ปี ได้ระบุ 4 กรณีการใช้งานหลัก ดังนี้:
- เข้าถึง (Access): ช่วยผู้กู้ที่ต้องการสะพานเชื่อมเข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิม
- ได้เปรียบ (Advantage): สามารถดำเนินการสินเชื่อและปิดดีลได้ภายในประมาณ 24 ชั่วโมง
- ความคล่องตัว (Agility): สามารถซื้อบ้านใหม่ก่อนขายบ้านเดิมได้ทันที
- เร่งความเร็ว (Acceleration): ใช้เครดิตจาก Bitcoin เพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง
เหตุผลว่าทำไม Bitcoin จึงเหมาะเป็นหลักประกัน
Konstantinos อธิบายถึงประวัติศาสตร์ของเงินทองที่ถูกใช้เป็นหลักประกัน เขากล่าวว่า ทองคำเหมาะแต่มีข้อจำกัดเพราะเป็นสิ่งของจริงที่เคลื่อนย้ายยาก ส่วนพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ นั้นแข็งแกร่งแต่เสี่ยงต่อเงินเฟ้อที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนเงินในระบบ
Bitcoin นั้นตอบโจทย์ข้อดีร่วมของทั้งสองอย่าง คือมีจำนวนจำกัด, การทำรายการเคลียร์แบบ on-chain และสามารถย้ายเงินได้มหาศาลทั่วโลกโดยไม่ต้องยุ่งยากกับทรัพย์สินจริง
“มีคนกลุ่มเล็กๆ ที่เป็นผู้กำหนดราคาของเงิน” เขากล่าวถึงการตั้งดอกเบี้ยในระบบตอนนี้ “คุณไม่สามารถแทรกแซงสถานการณ์นี้ได้” การใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันจึงช่วยลดความเสี่ยงของผู้ให้กู้ และช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมต่ำลง ส่งผลให้คนทั่วไปเข้าถึงบ้านได้ง่ายขึ้น
มุมมองจากผู้ให้กู้กับเทคโนโลยีสำหรับความผันผวน
Albright สนับสนุนความคิดนี้จากมุมของผู้ให้กู้ โดยบอกว่า Bitcoin “เปลี่ยนเกม” ของการเข้าถึงตลาดเงินทุน เพราะหลักประกันที่มีความแข็งแกร่งและสภาพคล่องสูง ช่วยให้บริษัทที่ปล่อยกู้สามารถระดมทุนได้ในอัตราดอกเบี้ยดี และส่งต่อเงื่อนไขที่ดีให้ลูกค้า
SALT ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนหลักประกัน Bitcoin เป็น stablecoins ระหว่างตลาดที่ผันผวน ช่วยปกป้องทั้งผู้กู้และผู้ปล่อยกู้
อนาคตของสินเชื่อคริปโต ไม่ใช่แค่กลุ่มคนรวย
ทั้งสองผู้ร่วมเสวนายอมรับว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในอดีตมักให้บริการกลุ่มคนมีความมั่งคั่งสูง เช่น กลุ่ม “gold people” ครอบครัวเก่าแก่ และนักลงทุนจากระบบการเงินแบบเดิม แต่พวกเขาคาดหวังว่าระลอกต่อไปจะขยายวงกว้างขึ้น
Konstantinos กล่าวว่า “Bitcoin แก้ปัญหาของผม” โดยกล่าวถึงกลุ่มผู้ใช้ใหม่ที่กำลังเข้าสู่ตลาด ส่วน Albright เสริมว่า Bitcoin กำลังนำกลยุทธ์ทางการเงินที่เคยมีเฉพาะลูกค้าระดับสูง มาให้กับผู้ถือคริปโตทุกคน
สุดท้าย พวกเขาเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในเศรษฐกิจที่เห็นได้ชัด — จากการมีรายได้จากแรงงาน เป็นรายได้ที่มาจากสินทรัพย์ ซึ่งในโลกแบบนี้ ความสามารถในการกู้ยืมโดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ จึงกลายเป็นพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญ ไม่ใช่แค่อำนาจพิเศษ
ข้อมูลเพิ่มเติม
หากคุณสนใจศึกษาข้อมูลของเหรียญคริปโตเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดเหรียญคริปโตเพิ่มเติมได้ที่นี่
ต้นฉบับบทความอ่านได้ที่ Bitcoin Magazine
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สินเชื่อที่ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันคืออะไร?
เป็นสินเชื่อที่ผู้กู้นำคริปโต Bitcoin ของตนมาใช้เป็นหลักประกันเพื่อรับเงินกู้ โดยไม่ต้องขาย Bitcoin นั้นออก ทำให้สามารถรักษาการถือคริปโตไว้และยังได้ใช้เงินทุนทันที
การใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันมีข้อดีอย่างไร?
- สามารถใช้สินทรัพย์คริปโตที่ถืออยู่แบบไม่ต้องขาย
- กระบวนการกู้เงินรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง
- ช่วยให้ผู้ซื้อบ้านครั้งแรกเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
- มีสภาพคล่องสูง และลดความเสี่ยงสำหรับผู้ให้กู้ ส่งผลให้ดอกเบี้ยต่ำลง
ใครเหมาะกับสินเชื่อ Bitcoin-backed?
เหมาะสำหรับผู้ถือคริปโตที่ต้องการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์โดยไม่ต้องขาย เหมาะกับผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหรือใช้เงินทุนโดยเร็วและคล่องตัว
สินเชื่อ Bitcoin-backed แตกต่างจากสินเชื่อทั่วไปอย่างไร?
สินเชื่อ Bitcoin-backed ใช้คริปโตเป็นหลักประกันแทนอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทอื่น ซึ่งช่วยให้การขอสินเชื่อรวดเร็วขึ้นและมีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นกว่า รวมถึงตอบโจทย์กลุ่มคนยุคใหม่ที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัล


