วุฒิสมาชิกลัมมิส ประสานงานกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกแนวทางภาษีคริปโต พร้อมเปิดสัญญาณยกเว้นภาษี Bitcoin
วุฒิสมาชิกซินเทีย ลัมมิส (พรรครีพับลิกัน-ไวโอมิง) เปิดเผยว่าเธอพร้อมพบปะพูดคุยกับสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สก็อตต์ เบสเซนท์ เพื่อพิจารณาแนวทางความชัดเจนเกี่ยวกับการเก็บภาษี Bitcoin รวมถึงแนวคิดการยกเว้นภาษีสำหรับธุรกรรมขนาดเล็ก (de minimis exemption) และแนวทางการคำนวณกำไรจากการขายสินทรัพย์ (capital gains) ในพอร์ตลงทุนที่มี Bitcoin หลายราคา
การผลักดันกฎหมายและการกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ
ลัมมิสเป็นหนึ่งในนักกฎหมายที่ถามรัฐมนตรีเบสเซนท์ในที่ประชุมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลและความชัดเจนของกฎระเบียบในสหรัฐฯ โดยเบสเซนท์ขึ้นให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาด้านธนาคาร ที่อยู่อาศัย และกิจการในเมือง เกี่ยวกับรายงานประจำปีของคณะกรรมการตรวจสอบเสถียรภาพทางการเงินของสหรัฐฯ (Financial Stability Oversight Council) ซึ่งเป็นเวทีระดับสูงที่มีการสอบสวนแนวทางนโยบายเศรษฐกิจและการกำกับดูแล
ในระหว่างการประชุม มีบรรยากาศถกเถียงกันอย่างดุเดือดบางช่วง โดยวุฒิสมาชิกมาร์ค วอร์เนอร์กล่าวว่า “รู้สึกเหมือนอยู่ในนรกคริปโตเลย”
เนื้อหาการตั้งคำถามและประเด็นสำคัญ
- คำถามเกี่ยวกับจีนกับคริปโต: ลัมมิสเริ่มต้นโดยถามว่าจีนใช้คริปโตและบล็อกเชนเป็นเครื่องมือท้าทายความเป็นผู้นำทางการเงินของสหรัฐฯ หรือไม่ ซึ่งเบสเซนท์ระบุว่ายังไม่แน่ชัดและกระทรวงการคลังไม่ได้พบหลักฐานเครื่องมือดิจิทัลแบบนั้น แม้จะมีข่าวลือว่าจีนอาจมีสินทรัพย์ดิจิทัลหนุนด้วยทองคำ
- การกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ: เบสเซนท์เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของกฎหมายที่ชัดเจน โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสเตเบิลคอยน์และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเปิดทางให้ตลาดดำเนินไปได้
- การสนับสนุน “Clarity Act”: เบสเซนท์สนับสนุนร่างกฎหมาย Clarity Act ที่มุ่งเสนอความชัดเจนเชิงกฎหมายสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมแนะนำให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการกำกับดูแลย้ายไปลงทุนในประเทศที่กฎระเบียบน้อยกว่า เช่น เอลซัลวาดอร์
- การผสมผสานคริปโตในเศรษฐกิจสหรัฐฯ: ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันถึงประโยชน์ของการบูรณาการอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลกับระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเบสเซนท์เน้นความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัยภายใต้การกำกับดูแล
- ความเสี่ยงของการไหลออกของเงินฝากธนาคาร: เบสเซนท์ชี้ถึงความห่วงใยว่า กฎหมายใหม่อาจกระตุ้นการถอนเงินฝาก ซึ่งอาจทำลายเสถียรภาพการปล่อยสินเชื่อของธนาคารท้องถิ่น
ประเด็นภาษี Bitcoin ที่น่าจับตามอง
ลัมมิสยังตั้งคำถามเกี่ยวกับการเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะประเด็นการยกเว้นภาษีสำหรับธุรกรรมเล็ก ๆ (de minimis) และวิธีการคำนวณกำไรจากการขาย (capital gains) สำหรับผู้ถือ Bitcoin ที่ซื้อในราคาหลายระดับ
เบสเซนท์รับทราบถึงความซับซ้อนของเรื่องนี้ พร้อมเสนอให้สำนักงานนโยบายภาษีของกระทรวงการคลังทำงานร่วมกับทีมของลัมมิสในการจัดทำแนวทางที่ชัดเจน แม้จะยังไม่มีการยืนยันการยกเว้นภาษี Bitcoin แต่เป็นเรื่องที่สองฝ่ายหารือกันอย่างเปิดเผย
นโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อ Bitcoin
- เบสเซนท์ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจช่วยเหลือทางการเงิน (bailout) หรือสั่งให้ธนาคารถือคริปโต
- เงินภาษีจะไม่ถูกใช้ไปลงทุนใน Bitcoin แต่การถือครองที่มีมาจากการยึดทรัพย์เท่านั้น
- Bitcoin ที่ยึดได้เพิ่มมูลค่าจาก 500 ล้านดอลลาร์ เป็นกว่า 15 พันล้านดอลลาร์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการลงทุน
- รัฐบาลจะหยุดขาย Bitcoin ที่ยึดไว้และนำไปเก็บไว้ใน “Strategic Bitcoin Reserve” ตามคำสั่งบริหารที่ 14233
บทสรุป
วุฒิสมาชิกลัมมิสและรัฐมนตรีกระทรวงการคลังเบสเซนท์เน้นย้ำถึงความจำเป็นของกฎหมายและแนวทางที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมให้คริปโตเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างมั่นคงและปลอดภัย พร้อมเปิดโอกาสหารือแนวทางภาษีเพื่อรองรับการเติบโตของ Bitcoin และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ทำไมต้องมีการยกเว้นภาษีสำหรับธุรกรรมเล็ก ๆ (de minimis) ของคริปโต?
A: เพื่อไม่ให้ผู้ใช้เกิดภาระทางภาษีมากเกินไปจากธุรกรรมขนาดเล็ก ที่มักเกิดขึ้นบ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น การจ่ายด้วย Bitcoin มูลค่าน้อย ๆ
Q: “Clarity Act” คืออะไร?
A: เป็นร่างกฎหมายที่มุ่งสร้างความชัดเจนและมาตรฐานในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและความเชื่อมั่นในตลาดคริปโต
Q: รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้ามาช่วยเหลือหรือกู้วิกฤตคริปโตหรือไม่?
A: จากคำยืนยันของรัฐมนตรีคลัง ไม่มีแผนที่จะใช้เงินภาษีช่วยเหลือหรือสั่งธนาคารให้ถือคริปโต มีเพียงการควบคุมโดยการยึดทรัพย์ตามกฎหมายเท่านั้น
Q: จะมีแนวทางคำนวณกำไรจาก Bitcoin ที่ซับซ้อนได้อย่างไร?
A: กระทรวงการคลังกำลังร่วมมือกับผู้แทนจากสภาเพื่อจัดทำแนวทางและการคำนวณภาษีที่เหมาะสมสำหรับผู้ถือ Bitcoin ที่มีหลายราคาซื้อ
เชิญ ศึกษาข้อมูลเหรียญคริปโตเพิ่มเติม เพื่อเข้าใจและติดตามข่าวสารในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างครอบคลุม
ที่มา: Bitcoin Magazine


